แกงปลาซาบะรมควัน (แกงอ่อมปลา)

หากคิดถึงอาหารรสแซบ หลาย ๆ คนต้องนึกถึงอาหารอีสานอย่างแน่นนอน อย่างแกงอ่อมปลา ในแบบของภาคอีสานจะต้องเป็นปลาดุก ปลาที่ใช้จะเป็นแบบสด หรือแบบย่าง ก็ได้ แกงอ่อมรสแซบ ใส่ผักชีลาวเยอะๆ รสชาติจัด ๆ แบบฉบับอาหารอีสาน แกงอ่อมฉบับบ้านนกไม่ค่อยจะอีสานสักเท่าไร นกทำตามใจตัวเองปลาที่บ้านจะใช้ปลาซาบะรมควันแกง ส่วนน้ำปลาร้า นกไม่ได้ใช้ ใช้น้ำปลาปรุงรสแทน









ส่วนผสม
ปลาซาบะรมควัน  1 ตัว
พริกขี้หนู ตามชอบ
ตะไคร้ 2 ต้น
กระเทียม 3 กลีบ
หอมแดง 2 หัว
ผักชีลาว 4-5 ต้น
ต้นหอม 3 ต้น
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น  เล็กน้อย

วิธีทำ
1. โขลกพริกขี้หนู กระเทียม หอม ตะไคร้ เกลือป่น ให้ละเอียดตามชอบ
2. ใส่น้ำลงในหม้อต้ม ตั้งบนเตา เปิดไฟแรง พอน้ำต้มเดือด ใส่เครื่องแกงคนให้เข้ากัน
3. ใส่ปลาลงต้ม ใส่ผักชีลาว ต้นหอม ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรสตามชอบ ปิดไฟในเตาตักใส่ถ้วยยกเสิร์ฟได้เลย




ไข่ตุ๋นหมูสับ (สูตรใช้น้ำเปล่า/น้ำซุป)





ส่วนผสม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
หมูสับ1กำมือ
แครรอทหั่นเต๋าเล็ก 1/4 หัว
น้ำเปล่าหรือน้ำซุป 2 ถ้วย
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมซอย 1  ต้น
พริกไทยป่น เล็กน้อย (หากทำให้เด็ก ๆ กิน ไม่ต้องใส่ค่ะ)

 วิธีทำ
1. ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีให้ไข่ขาวกับไข่แดงเข้ากัน อย่าตีแรงจนทำให้เกิดฟอง
2. ใส่น้ำเปล่า หรือ น้ำซุป ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว น้ำมันหอย  ผสมเข้าด้วยกัน กรองใส่ถ้วยสำหรับนึ่ง โรยด้วยพริกไทยป่น
3. ใส่น้ำในหม้อนึ่งตั้งบนเตาใช้ไฟแรง พอน้ำเดือด นำถ้วยไข่ตุ๋น ลงนึ่ง ลดไฟให้อ่อนสุด นึ่งไปประมาณ 20 นาที
4. ครบกำหนด ไข่เริ่มเช็ตตัว ใส่หมูสับ และแครอท นึ่งต่ออีกประมาณ10 นาที ไข่ตุ๋นสุก โรยต้นหอม ยกลงจากเตาพร้อมเสิร์ฟ


*** สำหรับน้ำเปล่า หรือน้ำซุป นกใช้ปริมาณไข่ 1 ฟองต่อ น้ำ 1ถ้วยตวง หากใช้ไข่มากเพิ่มน้ำซุปตามสัดส่วนได้เลยค่ะ***




แกงมัสมั่นไก่ (Massaman curry)

หากพูดอาหารไทยที่แฟนคลับชอบกิน แกงมัสมั่นจะเป็นเมนูอาหารไทยอยู่ในอันดับต้น ๆ ก็ว่าได้ แกงมัสมั่นเป็นอาหารที่ได้รับรับอิทธิพลมาจากอาหารมลายู ชาวไทยมุสลิมเรียกแกงนี้ว่า ซาละหมั่น แกงมัสมั่นนกจะทำแบบไทย ซึ่งมีรสหวาน แต่ของมุสลิมจะออกรสเค็มมัน หากมีเวลานกจะพยายามโขลกเครื่องแกงเองเสียส่วนใหญ่ เครื่องเทศที่นี้ค่อยข้างหาซื้อง่าย ไปร้านขายของคนอินเดีย มีทุกอย่างที่ต้องการแถมมีแบบป่นให้สับเสร็จ  แกงมัสมั่นที่บ้านนกจะปรุงรสออกหวานนำ เค็ม มัน ตาม และมีรสอมเปรี้ยวเผ็ดเล็ก ๆ  เคี่ยวจนเนื้อไก่เปี่อยนุ่ม






ส่วนผสม
เครื่องแกงมัสมั่น 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
อกไก่ สะโพกไก่ น่องไก่   6  ชิ้น
กะทิ  1 กระป๋อง  (แยกออกเป็นหัวกะทิ หางกะทิ)
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น   เล็กน้อย น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
หัวหอมใหญ่ หั่นเป็นชิ้น 1/2 ถ้วย
มันฝรั่งหั่นชิ้นพอคำ  4  หัว
แครอทหั่นชิ้นพอคำ  2   หัว
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด 1/4 ถ้วย (จริงแล้วต้องเป็นถั่วลิสงค่ะ แต่แฟนคัลบนกไม่ชอบถั่วลิสง เลยเปลี่ยนมาใช้เม็ดมะม่วงฯ ก็อร่อยไปอีกแบบนะค่ะ)

วิธีทำ
1. นำหัวกะทิใส่หม้อตั้งไฟ เคี่ยวจนแตกมันจากนั้นนำพริกแกงมัสมั่นลงผัดให้หอมและตามด้วยอกไก่ สะโพกไก่ น่องไก่ลงไปผัดจนหนังสุกเหลือง
2. ใส่หอมใหญ่ แครอท มันฝรั่ง  เม็ดมะม่วงหิมพานต์
3. ใส่หางกะทิลงในหม้อ ลดไฟอ่อน เคี่ยวจนไก่เปื่อย  ปรุงรสด้วย น้ำปลา เกลือป่น น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย น้ำมะขามเปียก ชิมรสตามชอบ ต้มให้เดือดทุกอย่างสุกหมด ปิดไฟตักใส่ถ้วยเสริฟ คู่กับข้าวสวยร้อนๆ

ซี่โครงหมูตุ๋นลำไย

วันนี้หิมะตกแต่เช้าเลยค่ะ  พยากรณ์อากาศบอกว่าจะมีหิมะตกหนักหลายพื้นที่เลย โดยเฉพาะทางตอนเหนือของประเทศ หิมะตกเยอะ การเดินทางค่อยข้างลำบาก  โรงรียนหลาย ๆ แห่งประกาศหยุดเรียนกันเลยละค่ะ สำหรับแฟนคลับดีหน่อยเพราะที่วันนี้เป็นวันหยุดไม่ได้ไปทำงาน อากาศหนาวๆ อย่างนี้ต้องทำเมนูออุ่น ๆ ร้อน ๆ กิน จะได้คลายหนาว ที่บ้านมีซีโครงหมู และลำไยกระป๋องที่ซื้อมาจากเมืองที่แฟนคลับทำงาน นกใช้ทำข้าวเหนียวเปียกลำไยไปแล้วแต่ยังไม่หมดเหลืออีกส่วน เอามาทำเมนูตุ๋นลำไยก็น่าจะดีไม่น้อย





ส่วนผสม
ซี่โครงหมูต้มจนนิ่ม   300  กรัม
ลำไยกระป๋อง  10-15  ลูก (น้ำลำไยกระป๋อง 2 ช้อนโต๊ะ)
กระเทียม 3  กลีบ
หอมแดง  2  หัว
ขิงหั่นแว่น  1  แง่ง
รากผักชี  1 ราก
ซีอิ้วขาว   2 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม  1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วดำ   เล็กน้อย  (นกใส่ให้มีสีเข้มเล็กน้อย)
เกลือป่น  ตามชอบ
พริกไทย  หยิบมือ
น้ำซุปหมู    ตามชอบ
ต้นหอม ผักชี หั่นท่อน  ตามชอบ

วิธีทำ
1. โขลก รากผักชี กระเทียม หอมแดง พริกไทย เกลือป่น ให้ละเอียดตามชอบ พักไว้
2. ใส่น้ำซุป ขิงหั่นแว่นในหม้อต้ม นำขึ้นตั้งบนเตา ใช้ไฟร้อน  ต้มน้ำซุปจนเดือด ใส่ส่วนผสมที่โขลกไว้ลงไป
3. ใส่ซีโครงหมูต้มลงไป  ต้มให้สุกนิ่ม ปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว ซอสหอยนางรม ซีอิ้วดำเล็กน้อย ชิมรสตามชอบ
4. ใส่ลำไยและน้ำลำไยกระป๋อง  คนให้เข้ากัน ปิดไฟในเตาตักใส่ถ้วย โรยด้วยต้นหอม ผักชี ยกเสิร์ฟได้เลย

ต้มหมูดอกไม้จีน

วันนี้นกโทรคุยกับแม่ สำหรับนกแล้วจะหาโอกาสโทรคุยกับแม่อยู่บ่อยครั้ง หากไม่ได้คุยก็เป็นเพราะแม่เป็นคนของประชาชนไปงานโน่นนี้ไม่ค่อยหยุด จำได้ครั้งหนึ่งโทรไปหาท่านอยู่ในงานๆ หนึ่ง แม่บอกว่าคุยไม่ได้ลูกแม่ยุ่งอยู่อีกอย่างเครื่องเสียงก็ดังเอาไว้คุยกันวันหลังนะลูกนะ  สรุปนกต้องโทรไปคุยกับน้องสาวแทน  อย่างวันนี้แม่ไม่ได้ไปไหน เลยได้คุยกันคุยโน่นนี้จนสุดท้ายมาที่ต้มหมูดอกไม้จีน เพราะนกมีดอกไม้จีนติดบ้านอยากกินเลยต้องขอวิธีทำมาจากท่าน ต้มหมูดอกไม้จีนเป็นสูตรของแม่ที่ชอบทำให้ลูก ๆ กิน ลักษณะคล้ายกับ หมูพะโล้  แต่ไม่มีผงพะโล้ รสชาติหวาน เปรี้ยวเล็ก ๆ ต้มชดน้ำอร่อยมากๆ เลยละค่ะ







ส่วนผสม
เนื้อหมู  ตามชอบ
ดอกไม้จีน 1 กำมือ
หอมแดงทุบ 2  หัวกระเทียมทุบ  3 กลีบ
ส้มแขก 8-10 ชิ้น  (นกไม่มีใช้น้ำมะขามเปียกแทน)
ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าสีอ่อนไปเพิ่มซีอิ้วดำได้อีก)
เกลือป่น  ตามชอบ
น้ำตาลปี๊บ   ตามชอบ
น้ำเปล่า สำหรับต้มหมู
น้ำมันพืช สำหรับผัด 

วิธีทำ  
1. ตั้งกระทะบนเตา ใส่น้ำมันเล็กน้อย ใช้ไฟปานกลาง พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่หอมแดง กระเทียมทุบ ผัดให้พอหอม
2. ใส่เนื้อหมูลงผัดให้เข้ากัน จากนั้นใส่ซีอิ๊วขาว ซีอิ้วดำหวานลง ผัดพอหมูเริ่มตึง
3. ใส่ดอกไม้จีน น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำเปล่าเติมน้ำลงไปให้ท่วมเคี่ยวหมูให้เนื้อหมูเปื่อยนุ่ม ชิมรสตามชอบ (รสชาติออกเปรี้ยวหวานกลมกล่อม) 
ตักใส่ชามเสิร์ฟได้เลย



แกงคั่วสับปะรดปลาซาบะรมควัน (smoked mackerel)

นกไปได้สับปะรดจากบ้านพ่อ  ตอนได้มาเปลือกยังเขียวอยู่เลยค่ะ สับปะรดที่นี้ส่วนใหญ่จะออกรสเปรี้ยว ยิ่งลูกเขียวเปรี้ยวมากค่ะ  นกต้องปล่อยทิ้งไว้จนเปลือกเปลี่ยนออกเหลือง ๆ หน่อยถึงจะเอามากิน ส่วนใหญ่จะเอามาปรุงเป็นอาหารเสียมากกว่า วันนี้นกเอาสับปะรดมาทำแกงคั่วแบบปักษ์ใต้ เมนูที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ ส่วนใหญ่จะแกงด้วยกุ้ง หมู ไก่ หรือเนื้อ แล้วแต่จะชอบกัน สำหรับวันนี้นกขอแนะนำเพื่อน ๆ ชาวครัวลองเปลี่ยนมาใช้เนื้อปลาซาบะรมควันมาแกงดูแล้วจะติดใจ













ส่วนผสม
สับปะรดหั่นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
ปลาซาบะรมควันแยกชิ้นเนื้อ 2 ตัว (smoked mackerel)
กะทิ 1  กระป๋อง  (แยกหัวกะทิและหางกะทิ)
พริกแกงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 1 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ  ตามชอบ
น้ำปลา   ตามชอบ
เกลือป่น เล็กน้อย
ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
พริกชี้ฟ้าหั่นซอย   ตามชอบ

วิธีทำ
1.ใส่หัวกะทิในกระทะ ตั้งบนเตาพอกะทิ เริ่มเดือด ใส่พริกแกงคั่วและกะปิลงผัดจนหอม และกะทิแตกมัน
2.ใส่หางกะทิลงไปผัดต่อรอจนกะทิเริ่มเดือดใส่สับปะรด เคี่ยวไปจนน้ำกะทิเดือด
3.ใส่เนื้อปลาซาบะ  ใบมะกรูดปรุงรสน้ำปลา น้ำตาลปึก เกลือป่น ชิมรสตามชอบ (รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว เค็ม) ตักใส่ชามโรยด้วย พริกชี้ฟ้า ยกเสิร์ฟได้เลย

***หากสับปะรดที่บ้านไม่เปรี้ยวให้ใส่น้ำมะขามเปียกเพิ่มรสเปรี้ยวได้นะค่ะ  สับปะรดของนกเปรี้ยวเลยไม่ได้ใช้ค่ะ***






แกงจืดหัวไชเท้าใส่หมู

ช่วงนี้ที่บ้านอากาศหนาวแล้วค่ะ ได้น้ำซุปร้อน ๆ แก้หนาวได้ดีที่เดียว เมื่อก่อนหัวไชเท้าค่อยข้างราคาแพง เพราะหาซื้อค่อยข้างยากที่เดียวค่ะ มีร้านเดียวในเมืองที่ขายอยู่เรียกว่าผูกขาดราคาก็ว่าได้ค่ะ ร้านนี้ขายทุกอย่างแพงหมด จนกระทั้งมีร้านขายผักเปิดใหม่อีกร้าน ขายผักเหมือนกันหลายอย่าง แต่ราคาถูกกว่าเยอะ โดยเฉพาะหัวไชเท้า เรียกว่าต่างกันมากๆ เลย นกเลยกลายเป็นลูกค้าของร้านนี้ไปเลย ร้านเก่าก็เดินไปดูอยู่บ้าง เพราะบางอย่างเค้าก็ยังไม่มี  วันนี้นอกจากแกงจืดหัวไชเท้าแล้ว นกยังทำข้าวผัดแอ๊ปเปิ้ลไว้กินคู่กันด้วยค่ะ สำหรับข้าวผัดแอ๊ปเปิ้ลหากเพือน ๆชาวครัวสนใจอ่านได้จากลิงค์นี้นะค่ะ http://pinkroselove-nd.blogspot.co.uk/2008/05/blog-post_11.html






ส่วนผสม
เนื้อหมู หั่นชิ้น 200 กรัม
หัวไชเท้าหั่นชิ้น  หัว (นกใช้หัวไชเท้าไขนาดกลาง)
กระเทียมทุกแตก  2   กลีบ
หอมแดงทุก 1 หัว
ต้นหอม ผักชีหั่นท่อน 2 ต้น
พริกไทยป่น   เล็กน้อย
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซุปหมู 1 ก้อน
เกลือป่น  เล็กน้อย

วิธีทำ
1. ใส่น้ำเปล่า และซุปหมูก้อนในหม้อต้ม ตั้งบนเตาใช้ไฟแรง ต้มจนเดือด ใส่เนื้อหมู หอมแดง  กระเทียม ต้มต่อกระทั้งเนื้อหมูเริ่มสุก
2. ใส่หัวไชเท้า ลงในหม้อต้ม ใช้ไฟกลางต้มจนผักเริ่มสุก ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว เกลือป่น ชิมรสตามชอบ ใส่ต้นหอม ผักชี คนให้เข้ากันตักใส่ชามโรยด้วยพริกไทยป่นยกเสิรฟ์